ไม่ นานมานี้ได้มีการรายงานข่าวของหุ่นยนต์พ่อครัวที่ทำราเมงขายในร้านอาหาร เล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยหุ่นยนต์พ่อครัวราเมงหรือบะหมี่แนวญี่ปุ่นนั้นมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดี ว่า FuA-Men ที่ย่อมาจาก Fully Automated reMen ซึ่งหุ่นยนต์ FuA-Men ถือเป็นหุ่นยนต์พ่อครัวราเมงที่สามารถประกอบอาหารอย่างราเมงในทุกขั้นตอนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีคนมาควบคุมการทำงาน
ซึ่ง ภายในร้านขางราเมงร้านนี้จะมีหุ่นยนต์อยู่สองตัวที่ทำหน้าภายในร้าน โดยที่ตัวแรกทำหน้าที่เป็นพ่อครัวและหุ่นยนต์อีกตัวทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย พ่อครัว หุ่นยนต์ทั้งสองตัวเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานอัตโนมัติและสามารถทำงานในด้านการ ประกอบอาหารได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีขาดตกบกพร่อง ซึ่งในหนึ่งวันหุ่นยนต์จะสามารถทำราเมงได้ 80 ชามต่อวัน
หุ่นยนต์ FuA-Men จะมีความเที่ยงตรงในการประกอบอาหารทั้งในด้านปริมาณเครื่องปรุง เส้น เนื้อสัตว์ หรือส่วนประกอบอื่นๆ และที่สำคัญ หุ่นยนต์ FuA-Men จะใช้เวลาในการทำราเมงในแต่ละชามที่เท่ากัน รสชาติของราเมงแต่ละชามก็จะเหมือนกัน
ลูกค้า ของร้านราเมงเปิดเผยว่า การรับประทานราเมงจากพ่อครัวที่เป็นหุ่นยนต์นี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างเล็ก น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับราเมงที่ทำมาจากพ่อครัวที่เป็นคน เนื่องจากในบางครั้งบะหมี่หรือราเมงแบบเดียวกันจะมีรสชาติต่างๆกันในแต่ละ ชามเนื่องจากความเที่ยงตรงของพ่อครัวที่เป็นคนจะมีไม่เท่าหุ่นยนต์พ่อครัว นั่นเอง
เจ้า ของร้านราเมงเปิดเผยว่า ข้อดีของการใช้หุ่นยนต์พ่อครัวในการทำราเมงก็คือ สามารถควบคุมเวลาในการทำราเมง มีจำนวนที่แน่นอนในการทำราเมงต่อวันทำให้ง่ายต่อการวางแผนการตลาดและการควบ คุมทางด้านยอดขาย ที่สำคัญหุ่นยนต์ FuA-Men ใช้ปริมาณเครื่องปรุง เนื้อสัตว์ ผักในปริมาณที่แน่นอน เที่ยงตรง ทำให้การจัดการในด้านวัตถุดิบสำหรับขายในแต่ละวันทำได้ง่ายขึ้นและมี ประสิทธิภาพมากขึ้น
หุ่นยนต์ FuA-Men ทั้งสองตัวนี้นอกจากจะทำราเมงบริการให้กับลูกค้าที่ร้านแล้ว พวกมันยังมีการแสดงท่าทางตลกแบบญี่ปุ่น เต้นท่าแปลกๆ และสร้างความบันเทิงให้กับลูกค้าของร้านอีกด้วย
ที่มา : วิชาการ ดอทคอม
วันพุธ, ตุลาคม 28, 2009
วันอังคาร, สิงหาคม 11, 2009
SEO คืออะไร
SEO (Search Engine Optimization) เป็นการโปรโมทเว็บ หรือโฆษณาเว็บไซต์เพื่อจะทำให้ชื่อเว็บไซต์ของคุณอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของผลการค้นหาจาก Keyword หรือคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ/บริการของคุณบนเว็บไซต์ที่เป็น Search Engine ณ ปัจจุบัน เช่น google.com, yahoo.com และ msn.com
วันศุกร์, มิถุนายน 26, 2009
คอมพิวเตอร์รู้คิด : สร้างสมองกลที่เรียนรู้จากประสบการณ์
สมมติว่าคุณต้องการสร้างคอมพิวเตอร์ที่ทำงานคล้ายสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นม มันจะยากขนาดไหนเชียว อย่างน้อยเราก็มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ เล่นหมากรุก และคำนวณจำนวนเฉพาะที่มีความยาวถึง 13 ล้านหลักเชียวนะ
แต่นักวิจัย และจิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิ่น-เมดิสัน จูลิโอ้ โทโนนี่ (Giulio Tononi) ผู้ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "คอมพิวเตอร์รู้คิด" (cognitive computer) กล่าวว่าเป้าหมายของการสร้างคอมพิวเตอร์ที่ทั้งเร็ว ยืดหยุ่น และมีขนาดเล็กเท่าสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นยากเข็ญกว่าที่คิด
โท โนนี่ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์จิตเวชศาสตร์ที่คณะแพทยศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยดังกล่าว และเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะจิต เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิจัยจากสถาบันชั้นนำต่าง ๆ ที่ได้รับทุน 4.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 170 ล้านบาท) จากสำนักงานโครงการวิจัยระดับสูงด้านกลาโหมของสหรัฐฯ (Defense Advanced Research Projects Agency - DARPA) ในการพัฒนาขั้นแรกของ โครงการระบบประสาทอิเลคทรอนิคส์บนพลาสติกที่ขยายขนาดได้และปรับเปลี่ยนตัว เองได้ (Systems of Neuromorphic Adaptive Plastic Scalable Electronics - SyNAPSE)
โทโนนี่และนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและไอบี เอ็มจะทำงานเกี่ยวกับ "ซอฟท์แวร์" สำหรับคอมพิวเตอร์ที่คิดเป็น ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยี่และการประมวลผลพลังสูง (supercomputing) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เมอร์เซด จะสร้าง "ฮาร์ดแวร์" โดยมี ธเมนทรา โมธา จากไอบีเอ็มเป็นประธานผู้ตรวจการณ์
ประเด็นคือการสร้างคอมพิวเตอร์ที่สามารถจัดการกับกระแสข้อมูลต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อมองหารูปแบบและทำการตัดสินใจทางตรรกะ
ยัง มีข้อกำหนดอีกอย่างหนึ่ง คือ คอมพิวเตอร์รู้คิดที่เสร็จสมบูรณ์แล้วควรจะมีขนาดเล็กเท่ากับสมองของสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและใช้พลังงานเท่ากับหลอดไฟขนาด 100 วัตต์ นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก แต่นี่ก็คือความสามารถของสมองพวกเรา
"สมอง ของเราเป็นอย่างนั้น ดังนั้นมันแปลว่ามันเป็นไปได้" โทโนนี่กล่าว "สมองเราเก่งในเรื่องการปรับตัว การเรียนรู้จากประสบการณ์และปรับเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ"
ในขณะที่ โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างและการทำงานของสมอง โทโนนี่กล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้แม้แต่จะคิดที่จะสร้างโครงสร้างทั้งหมดของ สมองลงไปถึงระดับรอยต่อของเซลล์ประสาท (synapse)
"จะต้องพิจารณากันหนักมากว่าเซลล์ประสาทประเภทไหนที่จำเป็น และประเภทไหนที่ตัดออกได้" เขากล่าว
มันจึงเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจว่าอะไรบ้างที่มีความจำเป็นในการสอนสมองเทียมให้รู้จักเหตุผลและสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ได้
" ระบบการให้คุณค่าและระบบการให้รางวัลเป็นมุมมองที่สำคัญ" เขากล่าว "การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะสมองต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ได้ เหมือนพวกเรา"
ดังนั้น ระบบที่ถูกจำลองขึ้นมาจากเซลล์ประสาทที่ปล่อยสารสื่อประสาทนั้นจะเป็นสิ่ง สำคัญ ตัวอย่างเช่น เซลล์ประสาทจะปล่อยสารสื่อประสาทออกมาในสมองเป็นปริมาณมากเมื่อเกิดความ เครียด เพื่อให้สัญญาณว่า "จะสู้หรือจะหนี"
"เซลล์ประสาททุกเซลล์ในสมองรับรู้เวลามีความเปลี่ยนแปลง" โทโนนี่อธิบาย "มันบอกสมองว่า 'ฉันถูกไฟลวก และถ้าจะทำอะไร ก็ทำซะตอนนี้!'"
ดังนั้น แมวที่ตกลงไปบนเตาร้อน นอกจากมันจะกระโดดหนีทันทีแล้ว มันยังเรียนรู้ว่ามันจะไม่ทำอย่างนั้นอีก
โท โนนี่กล่าวว่าสมองเทียมในอุดมคตินั้นจะต้องเป็นพลาสติก หมายถึงว่ามันสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมันได้รับประสบการณ์ การออกแบบจะเป็นการนำส่งข้อมูลด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่จำลองมาจากสัญญาณจากเซลล์ ประสาทในสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และความก้าวหน้าทางนาโนเทคโนโลยี่จะช่วยให้สมองเทียมขนาดเล็กนี้สามารถบรรจุ เซลล์ประสาทเป็นจำนวนมากเท่ากับสมองสัตว์
มันไม่ใช่งานง่าย ๆ โทโนนี่ ผู้ซึ่งเคยพยายามสร้างคอมพิวเตอร์รู้คิดมาก่อน กล่าว แม้แต่สมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดก็ยังเป็นเรื่องน่า อัศจรรย์เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่มันทำได้ กับความเล็กของมันและพลังงานที่มันใช้
"ผมจะดีใจมากถ้าสร้างสมองหนูได้" โทโนนี่กล่าว "สมองหนูนั้นน่าสนใจมาก และจากนั้น มันก็คงไม่ยากที่จะพัฒนาไปทำสมองแมว หรือสมองลิง"
ที่มา : วิชาการดอทคอม
แต่นักวิจัย และจิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิ่น-เมดิสัน จูลิโอ้ โทโนนี่ (Giulio Tononi) ผู้ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "คอมพิวเตอร์รู้คิด" (cognitive computer) กล่าวว่าเป้าหมายของการสร้างคอมพิวเตอร์ที่ทั้งเร็ว ยืดหยุ่น และมีขนาดเล็กเท่าสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นยากเข็ญกว่าที่คิด
โท โนนี่ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์จิตเวชศาสตร์ที่คณะแพทยศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยดังกล่าว และเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะจิต เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิจัยจากสถาบันชั้นนำต่าง ๆ ที่ได้รับทุน 4.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 170 ล้านบาท) จากสำนักงานโครงการวิจัยระดับสูงด้านกลาโหมของสหรัฐฯ (Defense Advanced Research Projects Agency - DARPA) ในการพัฒนาขั้นแรกของ โครงการระบบประสาทอิเลคทรอนิคส์บนพลาสติกที่ขยายขนาดได้และปรับเปลี่ยนตัว เองได้ (Systems of Neuromorphic Adaptive Plastic Scalable Electronics - SyNAPSE)
โทโนนี่และนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและไอบี เอ็มจะทำงานเกี่ยวกับ "ซอฟท์แวร์" สำหรับคอมพิวเตอร์ที่คิดเป็น ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยี่และการประมวลผลพลังสูง (supercomputing) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เมอร์เซด จะสร้าง "ฮาร์ดแวร์" โดยมี ธเมนทรา โมธา จากไอบีเอ็มเป็นประธานผู้ตรวจการณ์
ประเด็นคือการสร้างคอมพิวเตอร์ที่สามารถจัดการกับกระแสข้อมูลต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อมองหารูปแบบและทำการตัดสินใจทางตรรกะ
ยัง มีข้อกำหนดอีกอย่างหนึ่ง คือ คอมพิวเตอร์รู้คิดที่เสร็จสมบูรณ์แล้วควรจะมีขนาดเล็กเท่ากับสมองของสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและใช้พลังงานเท่ากับหลอดไฟขนาด 100 วัตต์ นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก แต่นี่ก็คือความสามารถของสมองพวกเรา
"สมอง ของเราเป็นอย่างนั้น ดังนั้นมันแปลว่ามันเป็นไปได้" โทโนนี่กล่าว "สมองเราเก่งในเรื่องการปรับตัว การเรียนรู้จากประสบการณ์และปรับเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ"
ในขณะที่ โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างและการทำงานของสมอง โทโนนี่กล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้แม้แต่จะคิดที่จะสร้างโครงสร้างทั้งหมดของ สมองลงไปถึงระดับรอยต่อของเซลล์ประสาท (synapse)
"จะต้องพิจารณากันหนักมากว่าเซลล์ประสาทประเภทไหนที่จำเป็น และประเภทไหนที่ตัดออกได้" เขากล่าว
มันจึงเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจว่าอะไรบ้างที่มีความจำเป็นในการสอนสมองเทียมให้รู้จักเหตุผลและสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ได้
" ระบบการให้คุณค่าและระบบการให้รางวัลเป็นมุมมองที่สำคัญ" เขากล่าว "การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะสมองต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ได้ เหมือนพวกเรา"
ดังนั้น ระบบที่ถูกจำลองขึ้นมาจากเซลล์ประสาทที่ปล่อยสารสื่อประสาทนั้นจะเป็นสิ่ง สำคัญ ตัวอย่างเช่น เซลล์ประสาทจะปล่อยสารสื่อประสาทออกมาในสมองเป็นปริมาณมากเมื่อเกิดความ เครียด เพื่อให้สัญญาณว่า "จะสู้หรือจะหนี"
"เซลล์ประสาททุกเซลล์ในสมองรับรู้เวลามีความเปลี่ยนแปลง" โทโนนี่อธิบาย "มันบอกสมองว่า 'ฉันถูกไฟลวก และถ้าจะทำอะไร ก็ทำซะตอนนี้!'"
ดังนั้น แมวที่ตกลงไปบนเตาร้อน นอกจากมันจะกระโดดหนีทันทีแล้ว มันยังเรียนรู้ว่ามันจะไม่ทำอย่างนั้นอีก
โท โนนี่กล่าวว่าสมองเทียมในอุดมคตินั้นจะต้องเป็นพลาสติก หมายถึงว่ามันสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมันได้รับประสบการณ์ การออกแบบจะเป็นการนำส่งข้อมูลด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่จำลองมาจากสัญญาณจากเซลล์ ประสาทในสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และความก้าวหน้าทางนาโนเทคโนโลยี่จะช่วยให้สมองเทียมขนาดเล็กนี้สามารถบรรจุ เซลล์ประสาทเป็นจำนวนมากเท่ากับสมองสัตว์
มันไม่ใช่งานง่าย ๆ โทโนนี่ ผู้ซึ่งเคยพยายามสร้างคอมพิวเตอร์รู้คิดมาก่อน กล่าว แม้แต่สมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดก็ยังเป็นเรื่องน่า อัศจรรย์เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่มันทำได้ กับความเล็กของมันและพลังงานที่มันใช้
"ผมจะดีใจมากถ้าสร้างสมองหนูได้" โทโนนี่กล่าว "สมองหนูนั้นน่าสนใจมาก และจากนั้น มันก็คงไม่ยากที่จะพัฒนาไปทำสมองแมว หรือสมองลิง"
ที่มา : วิชาการดอทคอม
วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 12, 2009
กลยุทธ์การหาเงินจาก AdSense

สำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมแบบไม่ต้องลงเงิน... AdSense คือ คำตอบที่ดีที่สุดคำตอบหนึ่งในยุคนี้
สำหรับผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงของธุรกิจออนไลน์คงจะได้ยินคำว่า “AdSense” กันมาบ้างแล้ว ซึ่งก็คือบริการจาก Google ที่เปิดให้คุณสามารถนำโฆษณาจาก Google ไปติดไว้ที่บล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณได้ โดยที่คุณจะต้องสมัครของใช้บริการ AdSense เพื่อขอ Account ของตัวเองก่อน เพื่อที่ทาง Google จะได้ทราบว่าใครเป็นคนนำโฆษณาไปติด แล้วถ้ามีคนคลิกโฆษณานั้นจะต้องจ่ายเงินให้กับใคร
เงินค่าตอบแทนที่ได้จาก Google AdSense จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนต่อคลิก x จำนวนคลิก ดังนั้นหากมีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือบล็อกเป็นจำนวนมาก โอกาสที่ผู้เยี่ยมชมจะคลิกโฆษณา ก็จะมีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสได้เงินมากขึ้นไปด้วย
สำหรับโฆษณาของ Google AdSense จะมีอยู่ 3 ประเภท คือ AdSense for content, AdSense for search และ Google Referrals
AdSense for content แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ คือ Ad unit ซึ่งจะเป็นป้ายแบนเนอร์ที่มีทั้งรูปภาพ และ/หรือข้อความ เมื่อมีการคลิกจะได้รับเงินทันที (ยกเว้นป้ายโฆษณาการกุศล) โดยราคาต่อคลิกจะขึ้นอยู่กับราคาของการประมูล Keyword ที่ผู้ลงโฆษณาผ่าน Google Adwords ทำการประมูลเข้ามา อีกประเภทคือ Link unit ที่มีลักษณะคล้ายกับ Menu หรือ Link เมื่อมีการคลิกจะยังไม่ได้เงินในทันที แต่จะได้เงินเมื่อมีการคลิกโฆษณาที่อยู่ในหน้า Link unit นั้น
AdSense for search จะคล้ายกับ Link unit เมื่อผู้เยี่ยมชมค้นหาข้อมูล ผ่าน Google Search ในเว็บไซต์หรือบล็อกของเราจะปรากฏผลลัพธ์ของการค้นหา ซึ่งการค้นหาสามารถค้นหาจากทั้งภายในเว็บไซต์หรือบล็อกของเรา และจะค้นหาจากเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งจะเหมือนกับการเข้าไปค้นหาด้วยเว็บ Google.com เพียงแต่จะมีส่วนที่เป็นโฆษณาเกิดขึ้นด้วย โดยเมื่อมีการคลิกในส่วนของโฆษณาก็จะได้เงินทันที
Google Referrals ขณะนี้มีโปรดักต์อยู่ 3 ตัวให้เรานำไปติดในเว็บไซต์ได้ คือ Google AdSense, Google AdWords และ Firefox plus Google Toolbar โดยรูปแบบโฆษณาของ Google จะได้ค่าตอบแทนเมื่อมีผู้เยี่ยมชมคลิกป้ายแบนเนอร์ผ่านเว็บไซต์หรือบล็อกของ เราแล้วทำการสมัครใช้ ซึ่งอัตราค่าตอบแทนของโปรดักต์ที่นำมาติดจะแตกต่างกันไป อ่านต่อ
วันจันทร์, มกราคม 12, 2009
เตือนอันตรายจากขวดพลาสติก ใช้สารเคมีรบกวนหน่วยประสาทของสมอง
Hosting
นักวิจัยร้องเตือนว่า พวกภาชนะที่ทำด้วยพลาสติกอาจจะเป็นพิษภัยแก่สมองจนถึงตายได้ เพราะสารเคมีที่ใช้ ทำให้การทำงานของสมองเกี่ยวกับการเรียนรู้ และความจำเสื่อมโทรมลง เป็นต้นเหตุของโรคสมองเสื่อม หรือภาวะซึมเศร้าอย่างหนึ่ง
นายเนียล แมคลัสกี นักวิจัยมหาวิทยาลัยกูเอลฟ์ ชานนครโตรอนโตได้ เปิดเผยว่า โรงงานทำขวด ภาชนะพลาสติก แม้กระทั่งฟันปลอมทั่วทั้งโลก ต่างใช้สารเคมี ที่มีชื่อว่า “ไบสฟีนอล เอ.” เรื่องที่น่าวิตกก็คือ สารนั้นอาจจะซึมหรือ ละลายปนอยู่ในอาหารแข็งหรือเหลวที่ บรรจุอยู่ได้ และเมื่อกินเข้า มันจะเข้า ไปอยู่ในตัว ก่อกวนการสื่อสารระหว่างหน่วยประสาทของสมอง อันจำเป็นกับการเกิดความเข้าใจและจดจำขึ้น
สิ่งที่เขาพบในการศึกษาซึ่งทำกับลิงแอฟริกาก็คือ “แม้แต่สารนี้ในปริมาณเล็กน้อย ก็ยังทำให้การก่อตัวของรอยประสานประสาทในบริเวณของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ เกี่ยวกับการเรียนรู้ เสื่อมโทรมลงอย่างร้ายแรง"
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
นักวิจัยร้องเตือนว่า พวกภาชนะที่ทำด้วยพลาสติกอาจจะเป็นพิษภัยแก่สมองจนถึงตายได้ เพราะสารเคมีที่ใช้ ทำให้การทำงานของสมองเกี่ยวกับการเรียนรู้ และความจำเสื่อมโทรมลง เป็นต้นเหตุของโรคสมองเสื่อม หรือภาวะซึมเศร้าอย่างหนึ่ง
นายเนียล แมคลัสกี นักวิจัยมหาวิทยาลัยกูเอลฟ์ ชานนครโตรอนโตได้ เปิดเผยว่า โรงงานทำขวด ภาชนะพลาสติก แม้กระทั่งฟันปลอมทั่วทั้งโลก ต่างใช้สารเคมี ที่มีชื่อว่า “ไบสฟีนอล เอ.” เรื่องที่น่าวิตกก็คือ สารนั้นอาจจะซึมหรือ ละลายปนอยู่ในอาหารแข็งหรือเหลวที่ บรรจุอยู่ได้ และเมื่อกินเข้า มันจะเข้า ไปอยู่ในตัว ก่อกวนการสื่อสารระหว่างหน่วยประสาทของสมอง อันจำเป็นกับการเกิดความเข้าใจและจดจำขึ้น
สิ่งที่เขาพบในการศึกษาซึ่งทำกับลิงแอฟริกาก็คือ “แม้แต่สารนี้ในปริมาณเล็กน้อย ก็ยังทำให้การก่อตัวของรอยประสานประสาทในบริเวณของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ เกี่ยวกับการเรียนรู้ เสื่อมโทรมลงอย่างร้ายแรง"
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันจันทร์, มกราคม 5, 2009
ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมน
1. ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
2. Domain ต้องจดในชื่อของคุณเท่านั้น Domain Ownership
3. ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
4. ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
5. ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับคุณตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับคุณ เรียกว่า Registrant E-mail
6. บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของคุณไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
2. Domain ต้องจดในชื่อของคุณเท่านั้น Domain Ownership
3. ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
4. ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
5. ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับคุณตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับคุณ เรียกว่า Registrant E-mail
6. บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของคุณไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
วันอังคาร, ธันวาคม 2, 2008
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์
เมื่อโลกออนไลน์กลายเป็นชีวิตประจำวัน ก็ย่อมทำให้ข่าวสารทันสมัยฉับไวขึ้นทันตาเห็น ใครอยากรู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวอะไรก็ไม่ต้องรอเด็กส่งหนังสือพิมพ์อีกต่อ ไปแล้ว เพียงแค่เปิดคอมพ์เข้าเว็บแล้วก็เลือกคลิ้กตามใจฝัน อยากรู้ว่าดาราคนไหนแต่งงาน คนไหนเตียงหัก ประเทศใดในโลกที่สนามบินอายุสั้น (กว่าปลากระป๋อง) หรือกระทั่งเลขาธิการสหประชาชาติคนล่าสุดมาจากประเทศใด หนังสือพิมพ์ออนไลน์ก็มีอัพเดตให้แทบจะชั่วโมงต่อชั่วโมง ยิ่งช่วงไหนที่มีข่าวดังระดับประเทศแล้วละก็...แทบจะนาทีต่อนาทีเลยดีเดียว จริงๆ นะ ไม่ได้โม้ (เหมือนใครบางคน)
เท่าที่สังเกตมา...นับตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว จะสังเกตเห็นว่าหลายๆ เว็บไซต์พยายามนำข่าวคราวครึกโครมทั้งหลายอัพขึ้นหน้าเว็บ แถมบางเว็บก็ไอเดียวกู๊ดเก๋ด้วยการนำคลิปวิดีโอข่าวนั้นๆ ขึ้นมาให้โหลด
การแข่งขันที่นำมาซึ่งความหลากหลายเช่นนี้ ถ้ามองในแง่ดีก็ต้องถือว่าผู้บริโภคมีทางเลือกเยอะขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็อาจจะทำให้ผู้บริโภคสับสนได้ว่า ข่าวอันไหนกันแน่ที่เชื่อถือได้ ก็ต้องมาพินิจพิจารณากันอีกว่าเว็บไหนเวิร์กสุด ซึ่งโดยทั่วไปข่าวที่มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือความทันสมัยหรือทันต่อเวลา ความเด่นหรือมีชื่อเสียงของบุคคลที่เป็นข่าว (ไม่ว่าจะอดีตนายกฯ หรือนางงามจักรวาลก็เถอะ) เรื่องราวที่แปลกประหลาดหรือผิดปกติเกิดขึ้น รวมไปถึงข่าวที่มีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เป็นต้น และข่าวที่น่าจะเป็นไฮไลต์ที่สุดคือ ข่าวที่ทำให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ เช่น ข่าวอาชญากรรม ภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย แผ่นดินไหว เป็นต้น
คอลัมน์ Webline ที่มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ในฉบับนี้ เราจะมาจัดอันดับหนังสือพิมพ์ออนไลน์สัก 3 ฉบับ โดยมีหลักเกณฑ์คร่าวๆ ที่นำมาใช้พิจารณาดังนี้
ด้านเนื้อหา เนื้อหาโดยรวมของเว็บเมื่อเราคลิ้กเข้าไปเจอแล้วทึ่งตะลึงงง หรือไม่ ? โดยเน้นที่ความถูกต้องของเนื้อหา และความสมบูรณ์ครบถ้วนของข้อเท็จจริงที่ได้มากน้อยตามความสำคัญ ซึ่งต้องมี “ความเป็นกลาง” ในการเสนอข่าว รวมไปถึงความชัดเจนและกะทัดรัด มีเอกภาพ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ความกว้างและลึกของเนื้อหาข่าว ว่าเจาะประเด็นสำคัญของเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และอย่างไร หรือเป็นไปในลักษณะของผักบุ้งลอยฟ้า ผักชีโรยหน้า
การพาดหัว อย่างที่คุ้นกันว่าภาษาหนังสือพิมพ์ ต้องโดดเด้ง เห็นพาดหัวปุ๊บ อยากเปิดอ่านปั๊บ ก็ลองมาดูกันว่าพาดหัวบนเว็บกับบนกระดาษนั้นมีความน่าสนใจมากน้อยต่างกันแค่ ไหน
ความทันสมัยของข่าว ข่าวสารที่ทันสมัย มักจะทันใจคนอ่านเสมอ ยิ่งโดยเฉพาะจากระบบออนไลน์ซึ่งขั้นตอนการนำเสนอข่าวนั้นสั้นกว่าหนังสือ พิมพ์ แต่ละสำนักข่าวจึงต้องเกทับกันด้วยความทันสมัยและความน่าเชื่อถือ เป็นสำคัญ
ภาพประกอบ น่าสนใจ ทันสมัย ได้อารมณ์ จากเหตุการณ์จริง ไม่ใช่ไปขุดเอาภาพเก่าเมื่อสามปีก่อนมาแปะ และที่แน่ๆ ภาพประกอบกับเนื้อหาต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย
รูปแบบและหน้าตาเว็บไซต์ โดยเฉพาะหน้าหลักซึ่งเป็นเหมือนหน้าบ้าน ใครไปใครมา ทั้งที่ตั้งใจและบังเอิญเดินผ่านก็ต้องเจอหน้าบ้านก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอ จึงมีทั้งดึงดูด และผลักไสผู้ผ่านไปมาที่ได้พบเห็น อ่านต่อ
เท่าที่สังเกตมา...นับตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว จะสังเกตเห็นว่าหลายๆ เว็บไซต์พยายามนำข่าวคราวครึกโครมทั้งหลายอัพขึ้นหน้าเว็บ แถมบางเว็บก็ไอเดียวกู๊ดเก๋ด้วยการนำคลิปวิดีโอข่าวนั้นๆ ขึ้นมาให้โหลด
การแข่งขันที่นำมาซึ่งความหลากหลายเช่นนี้ ถ้ามองในแง่ดีก็ต้องถือว่าผู้บริโภคมีทางเลือกเยอะขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็อาจจะทำให้ผู้บริโภคสับสนได้ว่า ข่าวอันไหนกันแน่ที่เชื่อถือได้ ก็ต้องมาพินิจพิจารณากันอีกว่าเว็บไหนเวิร์กสุด ซึ่งโดยทั่วไปข่าวที่มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือความทันสมัยหรือทันต่อเวลา ความเด่นหรือมีชื่อเสียงของบุคคลที่เป็นข่าว (ไม่ว่าจะอดีตนายกฯ หรือนางงามจักรวาลก็เถอะ) เรื่องราวที่แปลกประหลาดหรือผิดปกติเกิดขึ้น รวมไปถึงข่าวที่มีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เป็นต้น และข่าวที่น่าจะเป็นไฮไลต์ที่สุดคือ ข่าวที่ทำให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ เช่น ข่าวอาชญากรรม ภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย แผ่นดินไหว เป็นต้น
คอลัมน์ Webline ที่มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ในฉบับนี้ เราจะมาจัดอันดับหนังสือพิมพ์ออนไลน์สัก 3 ฉบับ โดยมีหลักเกณฑ์คร่าวๆ ที่นำมาใช้พิจารณาดังนี้
ด้านเนื้อหา เนื้อหาโดยรวมของเว็บเมื่อเราคลิ้กเข้าไปเจอแล้วทึ่งตะลึงงง หรือไม่ ? โดยเน้นที่ความถูกต้องของเนื้อหา และความสมบูรณ์ครบถ้วนของข้อเท็จจริงที่ได้มากน้อยตามความสำคัญ ซึ่งต้องมี “ความเป็นกลาง” ในการเสนอข่าว รวมไปถึงความชัดเจนและกะทัดรัด มีเอกภาพ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ความกว้างและลึกของเนื้อหาข่าว ว่าเจาะประเด็นสำคัญของเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และอย่างไร หรือเป็นไปในลักษณะของผักบุ้งลอยฟ้า ผักชีโรยหน้า
การพาดหัว อย่างที่คุ้นกันว่าภาษาหนังสือพิมพ์ ต้องโดดเด้ง เห็นพาดหัวปุ๊บ อยากเปิดอ่านปั๊บ ก็ลองมาดูกันว่าพาดหัวบนเว็บกับบนกระดาษนั้นมีความน่าสนใจมากน้อยต่างกันแค่ ไหน
ความทันสมัยของข่าว ข่าวสารที่ทันสมัย มักจะทันใจคนอ่านเสมอ ยิ่งโดยเฉพาะจากระบบออนไลน์ซึ่งขั้นตอนการนำเสนอข่าวนั้นสั้นกว่าหนังสือ พิมพ์ แต่ละสำนักข่าวจึงต้องเกทับกันด้วยความทันสมัยและความน่าเชื่อถือ เป็นสำคัญ
ภาพประกอบ น่าสนใจ ทันสมัย ได้อารมณ์ จากเหตุการณ์จริง ไม่ใช่ไปขุดเอาภาพเก่าเมื่อสามปีก่อนมาแปะ และที่แน่ๆ ภาพประกอบกับเนื้อหาต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย
รูปแบบและหน้าตาเว็บไซต์ โดยเฉพาะหน้าหลักซึ่งเป็นเหมือนหน้าบ้าน ใครไปใครมา ทั้งที่ตั้งใจและบังเอิญเดินผ่านก็ต้องเจอหน้าบ้านก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอ จึงมีทั้งดึงดูด และผลักไสผู้ผ่านไปมาที่ได้พบเห็น อ่านต่อ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)